ทำตลาดเจ๋ง!!! ไก่งวง…เลี้ยงแบบพึ่งธรรมชาติ ผลิตส่งเวียดนาม จนไก่โตไม่ทัน


ทำตลาดเจ๋ง!!! ไก่งวง…เลี้ยงแบบพึ่งธรรมชาติ ผลิตส่งเวียดนาม จนไก่โตไม่ทัน

ไก่งวง ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะเลี้ยงอย่างแน่นอน เหมือนสัตว์เศรษฐกิจตัวอื่นๆ อยู่ที่เราจะมีแนวทางและวิธีการอย่างไร ซึ่งปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แนวทาง คือ เลี้ยงเพื่อการจำหน่ายตัวลูกไก่งวงและเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเนื้อไก่งวง

คุณธนศักดิ์ คำด่าง เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่หันมาให้ความสนใจเพาะเลี้ยงไก่งวงเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับการทำเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่ที่บ้านเลขที่209หมู่ที่4 บ้านโคกก่อง ตำบลโพธิ์ตาก อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

คุณธนศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า เดิมรับราชการเป็นครู ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ ตนเองมีความรู้สึกว่าไม่ชอบอาชีพข้าราชการ จึงตัดสินใจลาออกและไปศึกษาด้านกฎหมายต่อ แต่ก็ยังไม่ชอบ จนสุดท้ายตัดสินใจไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับดินเป็นหลัก ตลอดระยะเวลาที่อยู่ญี่ปุ่นได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่น เห็นความแตกต่างของกลุ่มคือ คนทำงานภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเพาะปลูก

“คนที่ทำงานภาคอุตสาหกรรมต้องทำงานหนัก ตื่นเช้าแต่กลับบ้านดึก ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ผิดกับภาคการเกษตรที่เป็นเจ้านายของตัวเอง มีรายได้ อยากทำงานเวลาไหนก็ได้ มีความเป็นอิสรภาพที่สูง จึงตั้งปณิธานให้กับตัวเองว่า จะทำอาชีพที่ไม่ออกไปหาเงิน จะให้เงินเดินเข้ามาหา และไม่ทำงานกินเงินเดือนเหมือนที่เคยทำมา”
หลังจากเรียนจบ คุณธนศักดิ์ หันมาให้ความสำคัญและหันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยเริ่มนำวัวเข้ามาเลี้ยงบนพื้นที่ 70 ไร่ มีวัวกว่า 200 ตัว แต่ด้วยปัญหาตลาดไม่มีแหล่งรับซื้อ ทำให้ต้องหยุดเลี้ยง และกลับมาคิดถึงแนวทางการทำการเกษตรที่ผสมผสาน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน คือ 40 20 30 10 ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

การทำการเกษตรตามแนวพระราชดำริของคุณธนศักดิ์ เริ่มจากการขุดบ่อเลี้ยงปลา และนำสัตว์ปีก เช่น เป็ดและไก่ไข่มาเลี้ยงโดยสร้างโรงเรือนให้อยู่เหนือบ่อเลี้ยงปลา ส่วนพื้นที่อื่นๆ ลงไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักสวนครัว สมุนไพร ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ด้วยการทำเกษตรนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากไม่มีใจรักจะไม่สามารถไปถึงฝั่งได้ เพราะเนื่องจากว่าการทำเกษตรนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งสภาพภูมิอากาศ สภาพสังคม และทุน ในการขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จ

“เป็ด ไก่ไข่ ที่เลี้ยงต้องอาศัยและพึ่งพาปัจจัยภายนอกกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ อาทิ รำข้าว อาหารสัตว์ ฉะนั้นอะไรที่เราตัดสินใจทำแล้วต้องพึ่งปัจจัยภายนอกมากเกินไปจะไปไม่รอด จึงต้องหยุด จากนั้นมา ก่อนจะทำอะไรจะยึดหลักวิชาการเข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกัน โดยการเริ่มทำการศึกษาวิจัยและทดลองก่อนจะลงทุนทำ ซึ่งในนั้นได้ทำการศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์อยู่หลายอย่าง ไปทุกพื้นที่ ทุกภาค แต่ก็ยังไม่ถูกใจ จนกระทั่งได้ไปชิมต้มเส้นเนื้อไก่งวง สร้างความประทับใจ กลับมาจึงคิดจะหาไก่งวงมาเลี้ยงดูบ้าง”
การเพาะเลี้ยงไก่งวงของคุณธนศักดิ์ เริ่มจากการเลี้ยงไว้บริโภคเองในครอบครัว พร้อมกับทำการศึกษาวิจัยการเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ โดยเริ่มนำไก่งวง 16 ตัว มาเลี้ยงและทำการวิจัย ซึ่งทำให้พบว่าการเลี้ยงไก่งวงนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงสามารถพึ่งตนเองได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ พึ่งพาปัจจัยภายนอกเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงกันข้ามกับเป็ดและไก่ไข่ที่เคยเลี้ยงมา แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีผลเสีย เนื่องจากเป็นสัตว์ปีกที่ไข่ไม่เป็นที่ ไข่แล้วไม่สามารถกกให้ออกมาเป็นตัวได้ทั้งหมด อีกทั้งยังมีปัญหาเหยียบกันตายทำให้เปอร์เซ็นต์รอดน้อย และที่สำคัญไม่มีตลาดรองรับ

“การเลี้ยงไก่งวงมีความท้าท้าย แต่ด้วยเสน่ห์เนื้อที่มีรสชาติอร่อย ในบรรดาสัตว์ปีกไม่มีเนื้อสัตว์ไหนที่เทียบได้ อีกทั้งไม่มีเงื่อนไขด้านเวลามากำหนดว่าต้องการตอนไหน ยิ่งแก่ยิ่งอร่อย จากนั้นเป็นต้นมาจึงพัฒนาการเลี้ยงทำในรูปแบบเชิงพาณิชย์ผสมผสานกับการปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ ผลิตส่งขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและเวียดนาม”

สำหรับไก่งวงที่นำมาเลี้ยงจะมี2ชนิดคือหนึ่ง พันธุ์อเมริกันบรอนซ์ เป็นไก่งวงพันธุ์หนัก ขนสีบรอนซ์ปนน้ำตาลดำ ปลายขนสีขาวเล็กน้อย แข้งและนิ้วเท้าสีเทาอ่อนปนชมพูซีด ตาสีน้ำตาล จะงอยปากสีเทาอ่อน สอง พันธุ์เบลท์สวิลล์ สมอลล์ไวท์ ซึ่งมีขนาดตัวปานกลาง และขนาดเล็ก ขนสีขาว หนังสีขาว แข้งและนิ้วเท้าสีชมพูซีด ตาสีน้ำตาล จะงอยปากสีเทาอ่อน มีการเจริญเติบโตในระยะเล็กจนกระทั่งถึงโตเต็มวัยเร็วมาก หน้าอกกว้าง และเป็นที่ยอมรับในเรื่องรสชาติของผู้บริโภค
หรับให้ไก่งวงหลบแดดหลบฝน

และสิ่งสำคัญที่ต้องทำให้ไก่งวงในโรงเรือนคือทำคอนให้ไก่งวง เพราะนิสัยของไก่งวงชอบนอนที่สูง เนื่องจากไก่งวงมีพันธุกรรมของไก่ป่าจึงมีร่างกายที่แข็งแรงและทนโรค ลักษณะของคอนนอนจะต้องเป็นไม้กลม ไม่มีเหลี่ยม เช่น ไม้ไผ่ อีกทั้งภายในโรงเรือนจะหากล่องหรือโอ่งดินเผาขนาดเล็กไว้สำหรับให้ไก่งวงวางไข่ซึ่งไก่งวงที่สามารถวางไข่ได้จะมีอายุ7-8เดือนโดยจะมีปริมาณไข่ต่อแม่ต่อปีประมาณ 57-97 ตัว ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ ซึ่งเมื่อตีเป็นตัวเลขสามารถสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ประมาณ 15,000-30,000 บาท ต่อตัว ซึ่งมีความคุ้มค่ากับการลงทุนและเวลา”

ใน 1 โรงเรือน ขนาดพื้นที่ 3×6 คุณธนศักดิ์จะปล่อยไก่งวงประมาณ 150 ตัว มีทั้งตัวผู้และตัวเมีย แต่หากเป็นโรงเรือนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จะมีอัตราการปล่อยตัวผู้และตัวเมีย 1:7 ซึ่งการคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์นั้นดูได้จากนิสัยของไก่ เลือกไก่ที่มีลักษณะที่นิสัยเป็นมิตรไมตรี มีเยื่อใย เพราะเวลาที่ไก่งวงกกไข่สามารถเข้าไปใกล้ได้โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่ไก่งวงวางไข่จำเป็นต้องเก็บไข่ออกมาใส่ตู้ฟักไข่ที่ใช้อยู่ทั่วไปควบคุมอุณหภูมิและความชื้นจนกว่าจะฟักออกเป็นตัวก่อนนำไปอนุบาลจนแข็งแรงและไปปล่อยให้แม่ไก่งวงเลี้ยงสามารถทำได้

สำหรับอาหารเลี้ยงไก่งวงเกษตรกรที่นี่จะผสมเอง โดยใช้หญ้า หยวกกล้วย ผักบุ้งที่มีอยู่ในพื้นที่ อย่างละ 1 ส่วน เป็นส่วนผสมหลัก และนำไปผสมกับมันสำปะหลังป่น 1 ส่วน รำ 4 ส่วน และปลาป่นอีก 1 ส่วน มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพื่อใช้เป็นอาหารข้นสำหรับไก่งวง นอกจากนี้ ได้นำพืชสมุนไพรต่างๆ ที่ปลูกในสวน เช่น เหงือกปลาหมอ ฟ้าทลายโจร ขมิ้นชัน ไพร มาบดและผสมในอาหาร เพื่อบำรุงและสร้างภูมิคุ้มกัน โดยให้อาหารข้นวันละ 1 ครั้ง ในช่วงเช้า และให้เศษหญ้า เศษผัก เป็นอาหารเสริมในช่วงบ่าย

สำหรับใครที่สนใจในอาชีพเพาะเลี้ยงไก่งวง อยากศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ ติดต่อสอบถามได้ที่ คุณธนศักดิ์ คำด่าง โทรศัพท์ (089) 863-6513

Advertisements

แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s