สร้างเครือข่ายเลี้ยง’ไก่งวง’สัตว์เศรษฐกิจอีสานตอนบน


สร้างเครือข่ายเลี้ยง’ไก่งวง’สัตว์เศรษฐกิจอีสานตอนบน

 

สร้างเครือข่ายเลี้ยง’ไก่งวง’สัตว์เศรษฐกิจอีสานตอนบน : โต๊ะข่าวเกษตร
ปัจจุบัน ‘ไก่งวง’ กำลังเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกใหม่ชนิดหนึ่งของเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสาน โดยเฉพาะอีสานตอนบนที่นิยมเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ และมีแนวโน้มเพิ่มปริมาณมากขึ้น เนื่องจากตลาดไก่งวงในพื้นที่เริ่มขยายตัวและมีราคาดี มีเกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงแล้วกว่า 1,200 ครัวเรือน มีไก่งวง 2.1 หมื่นตัว ที่เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่งวงในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน โดยขณะนี้พ่อค้าทั้งคนไทย สปป.ลาว และเวียดนาม มีความต้องการไม่อั้น ส่งผลให้เกษตรกรที่เลี้ยงสามารถทำเงินหล่อเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ชัชวาล ประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ที่ 4 กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ บอกว่า ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ที่ 4 ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 12 จังหวัด และสร้างเครือข่ายผู้เลี้ยงไก่งวงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546 จากเดิมมีสมาชิกเพียง 5 ฟาร์ม ปัจจุบันมีสมาชิกเครือข่ายเกือบ 100 ฟาร์ม และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากไก่งวงเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย หากินเก่ง โตเร็ว แข็งแรง ทนทานต่อโรค และน้ำหนักตัวดี ประกอบกับมีราคาแพงเป็นแรงดึงดูดให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่งวงเพิ่มขึ้น สำหรับพันธุ์ไก่งวงที่นิยมเลี้ยงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 3 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์อเมริกันบรอนซ์ พันธุ์เบลท์สวิลล์ สมอลไวท์ และไก่งวงลูกผสม เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ศูนย์ยังได้ฝึกอบรมและสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการจัดการเลี้ยงดูไก่งวง พันธุ์ไก่งวง เพื่อเป็นแนวทางช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาคุณภาพไก่งวงป้อนตลาด ทั้งยังส่งเสริมให้ผลิตอาหารไก่งวงต้นทุนต่ำ 4-5 สูตร เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรรายย่อย และยังส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า เช่น ไก่งวงรมควัน ไส้อั่วไก่งวง และลาบไก่งวง เป็นต้น ซึ่งทำให้มีรายได้สูงขึ้น

นอกจากนั้น ยังเสริมสร้างเครือข่ายตลาดไก่งวงด้วย โดยสมาชิกเครือข่ายได้ประชุมหารือกันตลอด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งด้านการผลิตและการตลาด และมีการตั้งราคาอ้างอิงการซื้อไก่งวงในพื้นที่ โดยราคาจำหน่ายไก่งวงมีชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 150-200 บาท จากเดิมราคากิโลกรัมละ 50-60 บาท ทำให้สมาชิกมีความเชื่อมั่นในการผลิตไก่งวงคุณภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา มีเกษตรกรเครือข่ายบางรายมีรายได้จากการผลิตและจำหน่ายไก่งวงกว่า 1.5 ล้านบาท ขณะนี้พ่อค้าจาก สปป.ลาวและเวียดนามมีความต้องการนำเข้าไก่งวงจากไทยค่อนข้างมาก ทำให้ผู้เลี้ยงมีโอกาสทางการตลาดเพิ่มขึ้น

ด้าน อภิรัตน์ มาตรนอก เจ้าของ “ฟาร์มไก่งวงหำหด” และตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่งวง จ.ร้อยเอ็ด บอกว่า เริ่มเลี้ยงไก่งวงมาตั้งแต่ปลายปี 2553 เพราะเห็นว่ามีโอกาสทางการตลาดสูง แต่มีการทำตลาดอย่างจริงจังในช่วงปี 2557-2558 ทั้งผลิตลูกไก่งวงส่งให้แก่เกษตรกรเครือข่ายไปเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์และเปิดรับซื้อลูกไก่งวงคืน ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้เกษตรกรเครือข่ายเลี้ยงขุนไก่งวงป้อนตลาดด้วย ปัจจุบันฟาร์มไก่งวงหำหดมีแม่พันธุ์ไก่งวง 200-300 ตัว และพ่อพันธุ์ 50-60 ตัว มีกำลังผลิตลูกไก่งวงได้อย่างน้อย 40 ตัว/แม่/ปี หรือปีละประมาณ 8,000-12,000 ตัว

สำหรับไข่ไก่งวงราคาอยู่ที่ฟองละ 50 บาท ลูกไก่งวงแรกเกิด (อายุ 1-3 วัน) ราคา 60-80 บาท/ตัว ไก่งวงเล็กอายุ 1 เดือน ราคา 150-200 บาท/ตัว ไก่งวงอายุ 2 เดือน ตัวละ 250-300 บาท ขณะที่แม่พันธุ์พร้อมใช้งาน (อายุ 28 สัปดาห์ขึ้นไป) ราคาตัวละ 800-1,000 บาท และพ่อพันธุ์ไก่งวงพันธุ์ดีราคาอยู่ที่ 1,500-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของพ่อแม่พันธุ์ รวมถึงลักษณะสมบูรณ์ตรงตามสายพันธุ์และลักษณะทางเศรษฐกิจ เช่น ขนเป็นมัน ตัวใหญ่ แข็งแรง ขาตั้งตรง ปราดเปรียว หน้าตาแจ่มใส การเจริญเติบโต และมีอัตราการแลกเนื้อดี เป็นต้น

“ตอนนี้ไก่งวงขุนผลิตออกมาไม่พอกับความต้องการของตลาดเพราะมีตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมีความต้องการสูงมากโดยเฉพาะ สปป.ลาว ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม พ่อค้าแม่ค้าจาก สปป.ลาว จะมีความต้องการนำเข้าไก่งวงจากไทยปริมาณมาก เพื่อนำไปชำแหละขายในช่วงเทศกาลปีใหม่และงานบุญต่างๆ โดยราคาซื้อขายไก่งวงที่ฝั่ง สปป.ลาวอยู่ที่กิโลกรัมละ 280-300 บาท” อภิรัตน์ กล่าว

เจ้าของฟาร์มไก่งวงหำหดบอกด้วยว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา ส่งออกไก่งวงเนื้อไปยัง สปป.ลาวกว่า 5,000 ตัว ในราคากิโลกรัมละ 130-140 บาท และในปี 2559 พ่อค้าแม่ค้าจากฝั่ง สปป.ลาว ได้มาติดต่อและมีออเดอร์ไก่งวงมาแล้ว โดยเสนอราคารับซื้อไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 160 บาท แต่ไม่สามารถผลิตป้อนให้ได้ตามออเดอร์เนื่องจากไก่งวงขุนมีน้อย ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในประเทศ หากส่งออกไปพ่อแม่พันธุ์ไก่งวงในประเทศจะลดลงมาก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องรักษาพ่อแม่พันธุ์เอาไว้

อภิรัตน์ ยอมรับด้วยว่า ปีนี้พ่อแม่พันธุ์ไก่งวงในประเทศไทยลดลงกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังผลิตลูกไก่ได้ค่อนข้างยากด้วย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสภาพการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อการฟักไข่ของแม่ไก่งวง สามารถแก้ปัญหาได้โดยใช้ตู้ฟักแทน หากเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีตู้ฟักไข่อาจได้รับความเดือดร้อนจากปัญหานี้

“ปัจจุบันร้านอาหารในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเมนูไก่งวงขึ้นโต๊ะให้บริการลูกค้าอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเนื้อไก่งวงมีรสชาติดี ส่งผลให้ไก่งวงมีราคาสูงและมีความต้องการเพิ่มขึ้น จนผลิตได้ไม่พอขาย อนาคตฟาร์มไก่งวงหำหดมีแผนเพิ่มจำนวนแม่พันธุ์เป็น 500-700 ตัว และพ่อพันธุ์ 100-150 ตัว พร้อมขยายเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่งวงเพิ่มขึ้น เพื่อขยายกำลังผลิตลูกไก่งวงและไก่งวงขุนป้อนตลาดด้วย” อภิรัตน์ กล่าว

“ไก่งวง” นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าสนใจ เพราะตลาดยังต้องการสูงทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย หากสนใจการ “เลี้ยงไก่งวง” อภิรัตน์ฝากบอกว่า สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 09-1020-2059, 08-1977-6550, 08-1977-6559 หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ที่ 4 ต.แวงน่าง อ.เมือง จ.มหาสารคาม โทร.0-4377-7600

Advertisements

แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s